รายงานสถานการณ์ AI Search ที่แท้จริง เข้าใจง่าย ทำตามได้ทันที

เว็บไซต์ของคุณจะเป็นผู้ชนะ หรือผู้แพ้ ในยุค AI?

การศึกษาล่าสุดวิเคราะห์ 486 เว็บไซต์ พบเรื่องราวสองด้านที่แตกต่างกันสุดขั้ว

เว็บไซต์ครึ่งหนึ่งทราฟฟิคตกหนัก คนเข้าเว็บจาก organic search ในช่วงปีที่ผ่านมาลดฮวบ หลายเว็บชื่อดังนี่ organic traffic หายไป 50%+++

ในขณะที่เว็บไซต์อีกครึ่งหนึ่งในการศึกษานี้กลับพบว่าทราฟฟิคขึ้นอย่างเยอะ! เว็บไซต์ผู้ชนะนี่เห็น organic traffic คนเข้าเว็บเพิ่มขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน

🛑 ✋ ช่วงนี้ Google กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการปล่อยฟีเจอร์อย่าง AI Overviews และ AI Mode ออกมา และมีการอัปเดตของใหม่อยู่ตลอดเวลา

ข่าวสะพัดไปทั่วว่า AI จะมาเปลี่ยนแปลงทราฟฟิคจากการค้นหา แบบที่เจ้าของเว็บไซต์อ่านแล้วหวั่นใจ 😱

อย่างผลการศึกษาของ Ahrefs ที่บอกว่า อัตราการคลิก (CTR) ของเว็บอันดับ 1 จะลดลงถึง 58% ทันทีที่มี AI Overview โผล่ขึ้นมาในหน้าผลการค้นหา

https://ahrefs.com/blog/ai-overviews-reduce-clicks-update

แต่เวลามองตัวเลขการศึกษา คุณต้องมองมันเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่กว้างใหญ่กว่านั้น

อย่างอันนี้ถ้าลองเจาะลึกลงไป จะพบว่า AI Overviews จะปรากฏขึ้นแค่ประมาณ 30% ของการค้นหาเท่านั้นเอง ไม่ได้ขึ้นทุกครั้ง

และในขณะที่ AI Overviews โผล่มาบ่อยขึ้น อากู๋ Google เค้าก็กำลังถอดฟีเจอร์การค้นหาตัวอื่นๆ ที่เคยมีอยู่ออกไปพร้อมกันด้วย

ยกตัวอย่างเช่น การใช้ featured snippets ของ Google ลดลงถึง 64%, กล่อง Google Shopping ขึ้นน้อยลง 68% และฟีเจอร์อื่นๆ อย่าง knowledge panels, บทความข่าว หรือผลการค้นหาในท้องถิ่น (local search) ก็ลดลงเหมือนกัน

https://ahrefs.com/blog/how-serp-features-have-evolved-in-the-ai-era

ตัวอย่าง Featured Snippet ที่เมื่อก่อนมี แต่ตอนนี้โดนแทนด้วย AI Overview

ดังนั้น ในขณะที่ AI Overviews ขึ้นในผลการค้นหาบ่อยขึ้น ส่วนใหญ่แล้วเจ้านี่ก็แค่เข้ามาแทนที่ฟีเจอร์เดิมๆ ที่ทำหน้าที่คล้ายกัน

อย่าง featured snippets ก็มีไว้เพื่อให้คำตอบเร็วๆ สำหรับคนที่ค้นหาข้อมูลทั่วไป ซึ่งดูเหมือนว่า Google ก็กำลังใช้ AI Overviews ในลักษณะเดียวกันนี้อยู่

AI Overviews มักจะโผล่มาเวลาคนถามหาข้อมูล (informational – ที่คนต้องการคำตอบบางอย่าง)
ไม่ใช่การค้นหาชื่อแบรนด์โดยเฉพาะหรือการค้นหาเพื่อซื้อของจริงๆ (branded and transactional queries)

https://ahrefs.com/blog/how-serp-features-have-evolved-in-the-ai-era

เพราะงั้นเวลาได้ยินคนพูดเรื่องยอดคลิกตกเพราะโน่นนี่อย่าง AI Overviews ให้จำ 3 ข้อสำคัญนี้ไว้:

  1. AI Overviews หลักๆ แล้วแค่มาแทนที่ฟีเจอร์เดิมอย่าง Featured Snippets และ Google Shopping เท่านั้น
  2. ถึง AI Overviews อาจจะทำให้ยอดคลิกลดลงในหน้าผลการค้นหาแบบเดิม (10 blue links – ลิสรายชื่อ 10 เว็บ) แต่ฟีเจอร์เก่าๆ อย่าง featured snippets ก็เคยทำให้ยอดคลิกตกมาแล้วเหมือนกัน สาย SEO คุยเรื่องยอดคลิกตกจาก featured snippets มาตั้งแต่ ปี 2017 จะสิบปีแล้วนะ!

    ดังนั้น การแค่เอาอัตราการคลิกของคีย์เวิร์ดที่ผลการค้นหามี AI Overview มาเทียบกับตอนที่ไม่มีนี่ ไม่สามารถทำให้เราเห็นเรื่องราวที่แท้จริงทั้งหมดได้
  3. แม้ AI Overviews จะทำให้ยอดคลิกในหน้าผลการค้นหาแบบเดิมลดลง แต่มันก็มีลิงก์ของตัวเองด้วย (ที่เรียกว่า citations) โดยเฉลี่ยแล้ว AI Overviews จะใส่ แหล่งอ้างอิงมา 4-5 ลิงก์ ถ้าเว็บคุณถูกดึงไปอ้างอิงตรงนี้ โอกาสที่คนจะคลิกเข้าเว็บคุณแบบ organic จะเพิ่มขึ้นถึง 120%

https://www.seerinteractive.com/insights/aio-impact-on-google-ctr-2026-update

🤔 แล้วที่คนชอบคุยกันว่ายอดคลิกเข้าเว็บลดลงเนี่ย สรุปแล้วฟีเจอร์ AI ของ Google ทำให้คนเข้าเว็บน้อยลงจริงๆ หรือเปล่า?

ดูมาจนถึงตอนนี้ คำตอบคือ ไม่! มนุษย์ไม่ได้เลิกเข้าเว็บไซต์เพราะมี AI

จากผลการศึกษาเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ 40,000 แห่งโดย SimilarWeb พบว่ายอดคนเข้าชมจาก organic search โดยรวมลดลงแค่ 2.5% เท่านั้นในปีที่ผ่านมา

ยอดคลิกไม่ได้หายไปจาก Google คนไม่ได้เลิกเข้าเว็บ แค่ส่วนหนึ่งขยับย้ายการเข้าเว็บผ่านผลการค้นหาลิสต์รายชื่อ 10 เว็บแบบเดิม ไปเข้าเว็บไซต์ผ่านอันที่เป็นลิงก์อ้างอิงใน AI Overviews มากขึ้นแทน

https://graphite.io/five-percent/debunking-the-myth-that-seo-traffic-has-dramatically-declined

เมคิดว่าสาเหตุหลักที่คนโวยวายเรื่องยอดคลิกตกกันเยอะ ก็เป็นเพราะหลายเว็บคือทราฟฟิคตกจริง ตกหนักด้วย 📉

ซึ่งมันก็น่ากลัวนะถ้าเว็บคุณเป็นหนึ่งในนั้น! 🙀 (หรือถ้าคุณเป็นคน SEO ที่ดูแลเว็บพวกนั้นอยู่)

แล้วจริงๆ ตอนนี้มันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับ AI search กันแน่? ทำไมบางเว็บทราฟฟิคตกฮวบ ทั้งๆ ที่ข้อมูลภาพรวมบอกว่าทราฟฟิคที่เข้าเว็บของโลกยังเท่าเดิม

แล้วในขณะเดียวกันบางเว็บไซต์ก็เห็น organic traffic โตขึ้นหลายๆ เท่าไปอีก
//เว็บลูกค้าเมโตกัน 10 เท่าก็มี

📊 ผลการศึกษาที่เมพูดถึงไปตอนต้นของรีพอร์ตนี้ให้เบาะแสบางอย่างกับเรา
(โทษทีที่ให้รอนาน อธิบายไปเยอะเลย แต่เมเชื่อว่าเราต้องเข้าใจบริบทสำคัญข้างบนนี้ก่อน)

หม่ะ!

🔎 ผลการศึกษาโดย Zyppy Signal วิเคราะห์เว็บ 486 แห่ง พบว่า:

📈 ในปีที่ผ่านมา ยอดทราฟฟิคจาก SEO เพิ่มขึ้นใน 219 เว็บไซต์ (ผู้ชนะ)

📉 และยอดทราฟฟิคจาก SEO ลดลงใน 267 เว็บไซต์ (ผู้แพ้)

ยอดคนเข้าเว็บไซต์จาก Google ไม่ได้ลดลงเพราะ AI — แต่มันแค่ถูกเปลี่ยนทิศทางพัดพาจากเว็บผู้แพ้ไปยังเว็บไซต์แบบอื่นซึ่งเป็นผู้ชนะแทน!

ผลการศึกษาระบุปัจจัย 5 อย่างที่แยก “ผู้ชนะ” ออกจาก “ผู้แพ้” ในยุค AI search

https://signal.zyppy.com/p/winning-google

มาเจาะลึกปัจจัยพวกนี้ทีละข้อ มาช่วยคุณพาเว็บตัวเองไปอยู่ในกลุ่ม “ผู้ชนะ” ของ AI search กัน:

1️⃣ เว็บไซต์ผู้ชนะมีจำนวนมากกว่าถึง 2 เท่าที่เป็นเว็บขายสินค้าหรือบริการ 🎁

หมายความว่าเว็บไซต์ผู้ชนะไม่ได้แค่ให้ข้อมูลอย่างเดียว แต่ยังมีโซลูชันการแก้ปัญหาที่ให้คนสามารถจ่ายเงินซื้อได้เลยจริงๆ

ไม่ใช่แค่สินค้าที่เป็นของจับต้องได้ แต่รวมถึงสินค้าดิจิทัลและการสมัครสมาชิกต่างๆ ด้วย

💡 ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? ก็เพราะตอนนี้ AI ของ Google ให้ข้อมูลพื้นฐานเกือบทุกอย่างได้จบในหน้าผลการค้นหาแล้ว ก่อนจะเข้าเว็บใดๆ

ดังนั้นพอคนคลิกเข้าเว็บมา ก็คือพร้อมที่จะก้าวไปอีกขั้นเพื่อแก้ปัญหาของตัวเองแล้ว = อ่านมาแล้วพร้อมซื้อ

ดูเหมือนว่า Google จะเพิ่มการส่งคนไปยังเว็บที่ช่วยให้ “ปิดงาน” ได้จริงๆ คือมีสินค้าบริการที่แก้ปัญหาได้จริง ซื้อได้เลย และลดการส่งคนไปเว็บที่แค่เขียนข้อมูลพื้นฐานซ้ำไปซ้ำมาเหมือนที่ AI overview ทำได้แล้ว

นี่คือ “ข่าวร้าย” สำหรับเว็บไซต์ที่ให้แต่ข้อมูลทั่วไปหรือเว็บข่าว ที่ไม่มีขั้นตอนต่อไปที่มีค่ามากพอในการช่วยคนอ่านบนเส้นทางการแก้ปัญหาหาคำตอบ

2️⃣ เว็บไซต์ผู้ชนะมีมากกว่า 67% ที่ให้คนเข้ามาทำอะไรบางอย่างจนเสร็จได้ 🤝

ขั้นตอนถัดไปที่มีค่าไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าบริการให้ซื้อเสมอไป

ผลการศึกษายังพบว่า เว็บไซต์ผู้ชนะมักจะช่วยให้คนทำขั้นตอนต่อไปที่มีความหมายบางอย่างได้ เช่น:

👉 Interactive tools เครื่องมือที่เล่นได้ หรือควิซแบบสอบถามที่ให้คำตอบอันมีประโยชน์ซึ่งหาไม่ได้จากแค่อ่านบทความ หรือเป็นการช่วยให้คนที่เข้ามาอ่านได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะเพิ่ม

ตัวอย่างเช่น: เว็บวิเคราะห์หุ้นที่เป็นแพลตฟอร์มครบวงจรสำหรับการวิจัย ติดตาม และเลือกหุ้น ในที่เดียว มียอดทราฟฟิคจาก SEO เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน

หรือเว็บตรวจหวยที่ให้คนเช็ครางวัลจากแหล่งทางการได้ มียอดคนเข้าชมเพิ่มขึ้น 57%

3️⃣ เว็บไซต์ผู้ชนะมีมากกว่า 63% ที่ให้ข้อมูลแบบ proprietary หาที่อื่นไม่ได้ง่ายๆ ⭐️

การสร้างขั้นตอนถัดไปที่มีค่าหลังจากที่คนใช้ AI หาข้อมูลมาแล้ว ไม่ได้จำกัดแค่การขายสินค้าหรือการทำเครื่องมือให้เล่น แต่รวมไปถึงการให้ข้อมูลแบบพิเศษจัดๆ ที่ไม่มีที่ไหนเหมือนด้วย

ซึ่งอาจรวมถึง:

👉 งานวิจัย original ที่แชร์ประสบการณ์จากโลกจริงของคุณ (ไม่ใช่แค่เอาสิ่งที่เว็บอื่นพูดมาเล่าซ้ำ)

👉 ข้อมูลที่คุณเก็บรวบรวมหรือจัดระเบียบเองในแบบที่ไม่เหมือนใคร และหาไม่ได้จากที่อื่นในโลกออนไลน์ ตัวอย่างเช่น: เว็บไซต์ที่ติดตามสถานะการจองตั๋วละครบรอดเวย์ในนิวยอร์กแบบเรียลไทม์ เช็คได้ทันทีว่ามีตั๋วเหลือไหม เหลือที่ไหน มียอดทราฟฟิคจาก SEO เพิ่มขึ้น 37%

👉 เนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้ (User generated content) ตัวอย่างเช่น: เว็บที่รวบรวมคะแนนรีวิวหนังจากผู้ใช้และเอามาจัดลำดับชาร์ตความฮิต มียอดคนเข้าเว็บจาก SEO พุ่งขึ้นถึง 244%!


💡การพาเว็บไซต์ของเราให้ไปลึก ด้วยข้อมูลที่เฉพาะเราไม่เหมือนใคร (proprietary) ไม่ใช่แค่จะช่วยให้คนที่ใช้ AI มาแล้ว สามารถก้าวต่อไปอีกขั้นได้อย่างมีความหมาย แต่มันยังทำให้ AI เข้ามาแทนที่เว็บคุณได้ยากขึ้นด้วย

เพราะสิ่งที่ AI summaries สรุปมาได้มันแค่แตะๆ ผิวเผิน และมักจะเอนเอียงไปทางความคิดเห็นกลางๆ ค่าเฉลี่ยของอินเตอร์เน็ต ที่คนส่วนใหญ่ใครๆ ก็พูดเหมือนกัน ยิ่งคุณเจาะลึกในประเด็นที่ตัวเองทำมากเท่าไหร่ เจ้า AI ก็ยิ่งตามคุณยากเท่านั้น และคอนเทนต์งานของคุณก็จะยิ่งมีค่ามากขึ้นในยุค AI

4️⃣ เว็บไซต์ผู้ชนะมีมากกว่า 24% ที่เป็นสายนิช 🎯

อย่างที่บอกไปแล้วว่า AI ไม่เก่งเรื่องการเจาะลึกในประเด็นใดๆ เพราะงั้นมันเลยเมคเซนส์ที่ Google จะส่งคนไปยังเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่ต่อจากจุดที่ AI หยุดไว้

หลังจากอ่านสรุปสั้นเห็นภาพรวมจาก AI มาแล้ว คนก็อยากจะดำดิ่งเจาะลึกต่อลงไปมากขึ้นกับแหล่งข้อมูลที่ตัวเองเชื่อถือ นี่คือจุดที่เว็บเฉพาะทางสายนิชทำได้ดีกว่าเว็บทั่วไปในยุค AI

ตัวอย่างเช่น: BusinessInsider.com เมื่อก่อนเคยเขียนแต่เรื่องธุรกิจ แต่กลับขยายไปทำเรื่องบันเทิง วัฒนธรรม และการเลี้ยงลูก ในปีที่ผ่านมายอดทราฟฟิคจาก SEO ตกลงไป 50%

เทียบกับเว็บอย่าง Minecraft.wiki ซึ่งเป็นชุมชนวิกิที่เน้นแค่เรื่องเกม Minecraft อย่างเดียว ยอดคนเข้าชมจาก SEO Organic Traffic กลับเพิ่มขึ้นถึง 175%! 👾

5️⃣ เว็บไซต์ผู้ชนะมีมากกว่า 2 เท่า ที่มี Branded Search Traffic จำนวนมาก 🚀

Branded search คือการที่ใครบางคนเจาะจงค้นหาชื่อแบรนด์หรือชื่อผลิตภัณฑ์ของคุณโดยตรง คุณอาจจะเซอร์ไพรซ์ถ้าได้รู้ว่า 44% ของทราฟฟิกการค้นหาทั้งหมด มาจากการค้นหาชื่อแบรนด์!

แล้วทำไมเว็บไซต์ที่มีปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์สูงถึงมีทราฟฟิกแบบ Organic เพิ่มขึ้นในยุค AI?

ไม่มีใครรู้ว่าปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์เป็นปัจจัยในการจัดอันดับของ Google โดยตรงหรือไม่ (ไม่ว่าจะในผลลัพธ์แบบดั้งเดิมหรือแบบ AI) แต่เมมองว่าเว็บไซต์ที่มีทราฟฟิกจากการค้นหาชื่อแบรนด์เยอะๆ นั้นก็คือตัวที่บ่งบอกว่าแบรนด์นี้คือของดี และมักจะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามจุดเช็คลิส ตามที่ Google ชอบในยุค AI

ถ้าผู้คนค้นหาแบรนด์ของคุณบน Google อยู่ตลอด นั่นหมายความว่าคุณมีบางอย่างที่พิเศษซึ่งพวกเขาหาจากที่อื่นไม่ได้ง่ายๆ:

  • ของดีสม่ำเสมอ
  • ข้อมูลหรือสถิติที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ
  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ลึกซึ้ง
  • ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง
  • (ปัจจัยทั้งหมดที่พูดถึงไปก่อนหน้าแล้วในรีพอร์ตนี้)

เมยังคิดว่าผู้คนค้นหาชื่อแบรนด์นั้นโดยเฉพาะ ก็เพราะพวกเขาเชื่อมั่นเชื่อใจเชื่อถือในแบรนด์นั้นๆ

ท่ามกลางวิดีโอและรูปภาพ AI ปลอมที่ล้นหลามท่วมอินเทอร์เน็ต รวมถึงงานเขียน AI ซึ่งเต็มไปด้วยข้อมูลที่มโนขึ้นเอง ความหลอนและข้อผิดพลาด เราอาจพูดได้ว่าความเชื่อมั่นในแบรนด์คือสกุลเงินที่ทรงพลังที่สุดในยุค AI

ความเชื่อมั่น = ลดความไม่แน่นอน และลดความยากในการตัดสินใจแบบที่ทำให้รู้สึกดี
คุณไม่ต้องมานั่งสงสัยตัวเองอีกทีหลังว่าข้อมูลหรือคำแนะนำที่ได้รับมานั้นดีหรือไม่ ที่ตัดสินใจไปนั้นถูกไหม เมื่อคุณเชื่อมั่นในแหล่งที่มาของมันแล้ว

สิ่งนี้ส่งผลให้อัตราการคลิก (CTR) ของแบรนด์สูงขึ้น เมื่อผู้คนเห็นแบรนด์ที่ตัวเองเชื่อถือถูกอ้างอิงอยู่ในข้อมูลสรุปของ AI (AI Overview) ก็คือจะคลิก

และเป็นสัญญาณ UX ที่ดีขึ้น หลังจากที่คนคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณแล้วไม่ผิดหวัง (ผู้คนเชื่อมั่นในเนื้อหาจากแบรนด์ที่ตัวเองรู้จัก จึงไม่ย้อนกลับไปที่ Google เพื่อค้นหาทางออกวิธีแก้ปัญหาจากแหล่งอื่นต่อ)

Google ให้ความสำคัญกับสัญญาณเหล่านี้ และให้รางวัลแก่แบรนด์ที่ดีเหล่านั้นด้วยการเอาแบรนด์มาอ้างอิงในผลการค้นหา AI citations บ่อยขึ้น (อันดับ SEO ในผลการค้นหาแบบเดิมก็ดีขึ้นด้วย)

ล่าสุดอากู๋ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อว่า Add to preferred source ที่ให้ผู้ใช้งาน Google สามารถเลือกแบรนด์ที่ตัวเองรู้จักและเชื่อถือมาโชว์ในผลการค้นหาของตัวเองให้บ่อยขึ้นในครั้งต่อไปที่เสิร์ช

⚠️ กฎของการค้นหากำลังเปลี่ยนไป

คุณสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในยุคการค้นหาด้วย AI?

  • คิดเรื่องกลยุทธ์เนื้อหาและเว็บไซต์ ให้ลึกขึ้น
    • ในหัวข้อที่คุณโฟกัส คุณก็ยังจำเป็นที่จะต้องเขียนเนื้อหาเบสิคเบื้องต้นอยู่ เพราะนี่คือสิ่งที่ Google จะนำไปอ้างอิง (Cite)ใน AI Overview
    • แต่คุณต้องเริ่มเจาะไปให้ลึกมากขึ้นด้วย
    • ผู้คนที่เข้ามาอ่านคอนเทนต์ของคุณ อาจจะอ่าน AI Overview ที่ครอบคลุมพื้นฐานเบสิคของหัวข้อนั้นมาแล้ว ดังนั้นคุณต้องเสนอแนวทางที่ชัดเจนว่า รู้นี่แล้วไงต่อ? ขั้นตอนต่อไปนั้นอาจจะเป็น:
      • ความเข้าใจในหัวข้อนั้นอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านเนื้อหาเจาะลึกแอดวานซ์
      • การเจาะลึกเข้าไปในข้อมูลเฉพาะที่ทำขึ้นมาเอง หรือผลการวิจัยที่คุณเป็นเจ้าของ
      • การใช้งานเครื่องมือที่เล่นได้ (interactive) เช่น เครื่องคำนวณ หรือการประเมินประมวลผลบางอย่าง
      • ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ
      • ช่องทางการซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดีที่สุด
  • ถ้ากลยุทธ์ SEO ของคุณที่ผ่านมามีแค่การเขียนเนื้อหาผิวเผินที่ครอบคลุมแค่ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป นี่คือสัญญาณเตือนมาปลุกให้คุณตื่นได้แล้ว!
    • ฟีเจอร์ AI ของ Google ได้ดูดซับเนื้อหาเบสิค Top of Funnel ไปหมดแล้ว และตอนนี้มันจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องสร้างกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิมหากต้องการเป็นผู้ชนะในยุค AI

แต่ในความปั่นป่วนครั้งใหญ่ก็มาพร้อมกับโอกาสที่ใหญ่ยิ่ง และธุรกิจที่ตัดสินใจได้ถูกต้องในเวลานี้จะมีโอกาสที่หาได้ยาก ในการเปลี่ยนทิศทางทราฟฟิกและยอดขายส่วนใหญ่ในตลาดให้ตรงมายังเว็บไซต์ของตัวเอง

  • พร้อมที่จะเรียนรู้ทุกสิ่งที่คุณต้องใช้เพื่อให้ประสบความสำเร็จในยุคการค้นหาด้วย AI แล้ว?
    • มาจอยเมในคอร์สเรียนสด GEO That Sells ในวันที่ 1 และ 2 สิงหาคมนี้ (ดูวิดีโอย้อนหลังได้ตลอดไปไม่มีหมดอายุ)
    • ก้าวสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน GEO และการทำ AI Search Optimization ในสองวัน!
    • ค้นพบสิ่งสำคัญที่สุดทั้งหมดที่คุณต้องมีเพื่อเป็นผู้ชนะ คว้าทราฟฟิกและยอดขายในยุค AI
    • รับคำตอบสำหรับทุกคำถามเกี่ยวกับ GEO และ AI Search แบบสดๆ จากเม!
    • คลิกดูรายละเอียดคอร์สเรียน GEO ที่ดีที่สุดจาก SEO โบ๊ะบ๊ะสไตล์ by Chalakorn Berg

Chalakorn Berg

ตังเม SEO โบ๊ะบ๊ะ - ชื่อจริง ชลากร วรรณโภคิน เบิร์ก

SEO Geek และ Organic Growth Builder ได้ช่วยสร้างการเติบโตที่เห็นผลจริง ยั่งยิน และดีต่อโลก กับธุรกิจชั้นนำของประเทศ ตั้งแต่ SMEs, Tech Startup, และบริษัทมหาชน

ประสบการณ์ 30+ ปี คลุกคลีกับธุรกิจตั้งแต่ลืมตาดูโลก

ตั้งใจที่จะใช้ความรู้ พลังงาน ประสบการณ์ทั้งหมดที่มี เพื่อช่วยให้ผู้คนและธุรกิจเติบโตอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมชาติ ยั่งยืน ด้วยวิธีการและคำแนะนำที่สนุก เข้าใจง่าย ใช้ได้ทันที

ข้อความตรงนี้นิยามเราไม่ได้ อยากให้ทักมาคุยกัน :))

ติดตามคอนเทนต์ที่ดีแบบนี้ต่อ ทางอีเมล
(มีคอนเทนต์พิเศษให้ด้วย)

เคารพเวลาคุณ ส่งแต่ของอร่อยให้ เมสัญญา

บทความที่คุณน่าจะได้ประโยชน์ไปอีก