ครั้งแรก! ทำเว็บไซต์ SEO ให้โตแบบ HOLISTIC 28 ก.พ. นี้ 🎇

Google เอาจริง ลงมือปราบ AI Content

Google เอาจริงกับ AI Content มากขึ้นแล้ววว 🚨

Neil Patel ทำการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างคอนเทนต์ที่คนเขียน vs. AI เขียน ไว้เมื่อปีที่แล้ว

หลังจาก 5 เดือน คอนเทนต์ที่คนเขียนสร้าง Traffic ได้มากกว่า AI Content ถึง 5 เท่า! 😱

Bar chart comparing average traffic per post between AI-generated content (blue bars) and human-generated content (orange bars) over 5 months. Shows AI content receiving consistently lower traffic (28, 49, 36, 64, 52 visits) compared to human content (71, 155, 139, 207, 283 visits) across all months.

ในการศึกษานี้ Traffic และอันดับของคอนเทนต์ที่คนเขียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 5 เดือน ในขณะที่ Traffic ของ AI Content แทบไม่ขยับเลย อาจเป็นเพราะ UX Algorithm ของ Google นั่นเอง – เมื่อคนจริงๆ เข้ามาอ่านคอนเทนต์ Google จะส่งสัญญาณ UX บอก Google ว่าคอนเทนต์นั้นตอบคำถามได้หรือเปล่า

ยกตัวอย่างเช่น ถ้า Google เห็นว่าคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาอ่านหน้าเว็บแล้ว ต้องกลับไปเสิร์ชคำถามเดิมต่อ – Algorithm ก็จะเข้าใจว่าหน้านั้นตอบคำถามได้ไม่ดีพอ = โดนปรับอันดับตก เพราะคอนเทนต์ที่คนเขียน ตอบคำถามได้ดีกว่า เจ้า UX Algorithm เลยจัดอันดับให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา

//UX = User Experiences หรือประสบการณ์ผู้ใช้งาน ว่าเข้าเว็บไซต์เรามาแล้วได้คำตอบไหม ทำสิ่งที่ต้องการได้ไหม

🔥 Google เอาจริงกับ AI Content หนักขึ้นอีกในปีนี้ ~

พอมาถึงปี 2025 Google ยิ่งจริงจังกับการปราบ AI Content มากขึ้นไปอีก!

ล่าสุด Google อัปเดต Quality Rater Guidelines ปีนี้ให้หน้าเว็บที่ “ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด” เป็น AI Content ได้คะแนนต่ำที่สุดเลย 😬

// Quality Rater Guidelines คือคู่มือที่ Google ให้กับทีม Quality Raters ที่เป็นคนจริงๆ คนเหล่านี้จะให้ฟีดแบ็คกับผลการค้นหาตัวอย่าง เพื่อช่วยปรับปรุง Algorithm การจัดอันดับ

ลองคิดดูว่าเหมือนการกด Upvote หรือ Downvote 👍👎 ที่คนจริงๆ ให้กับคอนเทนต์ เพื่อบอก Algorithm ว่าควรจัดอันดับหน้าเว็บที่คล้ายๆ กันยังไงในอนาคต เพราะคนเราอาจแยกไม่ออกระหว่างคอนเทนต์ที่คนเขียนกับ AI เขียน Google เลยเพิ่มคำแนะนำเพิ่มเติมเยอะมากให้ทีม Quality Rating ช่วยจับคอนเทนต์คุณภาพต่ำที่อาจเป็น AI Content

นี่คือคำใบ้ที่ Google ให้กับ Quality Raters เพื่อช่วยจับ AI Content:

📚 “มีแต่ข้อมูลที่รู้กันทั่วไป หรือข้อเท็จจริงที่ใครๆ ก็รู้”

🔄 “ซ้ำซ้อนกับหน้าเว็บจากแหล่งที่มีชื่อเสียงอย่าง Wikipedia เว็บอ้างอิง ฯลฯ เยอะมาก”

📋 “ดูเหมือนสรุปหน้าเฉพาะ เช่น การสนทนาในฟอรั่ม หรือข่าว โดยไม่มีคุณค่าเพิ่มเติมใดๆ”

Google ยังเพิ่มหัวข้อใหม่ในคู่มือเรื่อง Filler Content ด้วย 🗑️

ซึ่งพูดถึงย่อหน้าที่ไม่ค่อยมีคุณค่าหรือไม่ช่วยตอบคำถามของผู้อ่าน แต่อาจถูกใส่เข้ามาเพื่อให้บทความดูยาวขึ้นหรือดูลึกซึ้งกว่าที่เป็นจริง

ตามคู่มือใหม่: “Filler ทำให้คอนเทนต์ดูเยอะเกินจริง สร้างหน้าที่ดูเหมือนมีเนื้อหาเต็มไปหมด แต่ขาดคอนเทนต์ที่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์รู้สึกว่ามีคุณค่า”

คู่มือแนะนำให้ Quality Raters ให้คะแนนต่ำกับหน้าเว็บที่มี Filler Content เยอะ

💪 วิธีเอาตัวรอดจากการปราบปราม AI Content ของ Google ~

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะกระทบทั้งคอนเทนต์ที่คนเขียนและ AI เขียน

ถ้าคอนเทนต์ทั้งหมดของคุณเป็นมนุษย์เขียน คุณก็อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว แต่ยังต้องคิดต่อด้วยว่าข้อมูลในคอนเทนต์ของคุณซ้ำซ้อนกับแหล่งอื่นมากแค่ไหน

Google ใช้ความเป็นต้นฉบับ (Originality) เป็นตัววัดสำคัญในการกรองทั้ง AI Content และคอนเทนต์คนเขียนที่คุณภาพต่ำ

⚠️ ดังนั้นถ้าคุณแค่ก็อปไอเดียจากแหล่งอื่นมายำ และไม่เพิ่มมุมมอง ประสบการณ์ และอารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเข้าไปในคอนเทนต์ – อันดับของคุณก็เสี่ยงกรอบเป็นหมูอบโอ่ง! ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ที่ AI เขียนหรือคนเขียนก็ตาม

และถ้าคุณใช้ AI Content เยอะในการทำ SEO คุณต้องอย่าลืมว่าผลลัพธ์ส่วนใหญ่จาก AI มาจากแหล่งอื่น

ดังนั้นถ้าคุณอยากใช้ AI ช่วยเขียน สิ่งสำคัญคือคุณต้องใช้เวลาเพิ่มความรู้ มุมมอง เรื่องราว และประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเข้าไป เพื่อให้คอนเทนต์เป็นของคุณอย่างแท้จริง ✨

AI เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับนักเขียน แต่ต้องใช้อย่างสมดุล และวิธีที่ดีที่สุดในการวัดคือดูที่คอนเทนต์สุดท้ายก่อนปล่อยว่า

🎯 ตอบคำถาม ช่วยแก้ปัญหา หรือให้ผลลัพธ์ที่คนเสิร์ชคีย์เวิร์ดเป้าหมายของคุณต้องการหรือเปล่า?

👤 เพิ่มประสบการณ์ เรื่องราว หรือมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์คุณเข้าไปในหัวข้อที่กำลังพูดถึงหรือเปล่า?

📊 แชร์งานวิจัย ข้อมูล หรือเรื่องราวต้นฉบับที่คุณหรือบริษัทของคุณพัฒนาขึ้นมาหรือเปล่า?

💝 เชื่อมโยงกับอารมณ์ที่คุณและผู้อ่านรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องนั้นหรือเปล่า?

ถ้าคุณตอบ “ใช่!” กับคำถามเหล่านี้ได้ คุณก็อยู่บนเส้นทางสู่อันดับและ Traffic สูง – ไม่ว่า AI จะช่วยระหว่างทางหรือไม่ก็ตาม 🚀

.

ในคอร์ส Comprehensive SEO Gen 13 เมจะพาคุณผ่าน Workflow ทั้งหมดของเมในการสร้างคอนเทนต์ต้นฉบับคุณภาพสูง

และจะโชว์วิธีสร้างคอนเทนต์ที่ติดอันดับสูงด้วยวิธีที่สนุก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพที่สุด – รวมถึงวิธีที่ AI สามารถช่วยเร่งกระบวนการได้ (โดยไม่ต้องเสียสละความเป็นต้นฉบับและคุณภาพ) 🎨

Chalakorn Berg

ตังเม SEO โบ๊ะบ๊ะ - ชื่อจริง ชลากร วรรณโภคิน เบิร์ก

SEO Geek และ Organic Growth Builder ได้ช่วยสร้างการเติบโตที่เห็นผลจริง ยั่งยิน และดีต่อโลก กับธุรกิจชั้นนำของประเทศ ตั้งแต่ SMEs, Tech Startup, และบริษัทมหาชน

ประสบการณ์ 30+ ปี คลุกคลีกับธุรกิจตั้งแต่ลืมตาดูโลก

ตั้งใจที่จะใช้ความรู้ พลังงาน ประสบการณ์ทั้งหมดที่มี เพื่อช่วยให้ผู้คนและธุรกิจเติบโตอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมชาติ ยั่งยืน ด้วยวิธีการและคำแนะนำที่สนุก เข้าใจง่าย ใช้ได้ทันที

ข้อความตรงนี้นิยามเราไม่ได้ อยากให้ทักมาคุยกัน :))

ติดตามคอนเทนต์ที่ดีแบบนี้ต่อ ทางอีเมล
(มีคอนเทนต์พิเศษให้ด้วย)

เคารพเวลาคุณ ส่งแต่ของอร่อยให้ เมสัญญา

บทความที่คุณน่าจะได้ประโยชน์ไปอีก