ชีวิตในมหาวิทยาลัย มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้นหรอก :)

รุ่นพี่ของคุณเค้าไม่ได้รู้เรื่องราวของชีวิตมากมายไปกว่าคุณเท่าไหร่ การรับน้องอาจจะไม่ได้ทำให้คุณสนิทกับเพื่อนเพิ่มอย่างที่คิด และเพื่อนที่คุณมีในตอนนี้ ผ่านไปไม่กี่ปีอาจจะเดินสวนกันแล้วไม่ทักทายเลยก็ได้

นี่ไม่ใช่บล็อกจากคนแก่น่าเบื่อที่จะมาบอกคุณหรอกนะ ว่าเราก็เคยผ่านมาก่อน แต่เราอยากจะมาแชร์เรื่องราวของเราให้คุณฟัง และเราหวังว่าถ้าคุณอ่านจบ คุณจะสามารถพยักหน้าแล้วบอกกับตัวเองได้ว่า “เห้ย จริงๆ มันโอเคแหละ”

Photo by Pang Yuhao on Unsplash

เราเรียนจบจากมหาลัยมีชื่อแห่งนึงที่ค่อนข้างให้อิสระทางความคิด คุณสามารถติดป้ายประท้วงการเมืองในตึกเรียนกลางได้ คุณจะแต่งตัวไปเรียนยังไงก็ได้ คุณจะไม่เข้าเรียนเลยก็ยังได้ เป็นมหาลัยที่ผู้ใหญ่หลายคนกังวลว่าสร้างเด็กหัวแข็ง แต่เด็กหลายคนก็อยากเข้ามาทดลองเป็นส่วนหนึ่ง

ขอเล่าท้าวความไปนิดเดียว ว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาเราเป็นเด็กถูกสปอยล์ ใช้เงินวันละเป็นพันแบบไม่คิด อยู่ในโรงเรียนเอกชนมีชื่อค่าเทอมหลายหมื่น ครอบครัวของเรามีธุรกิจส่วนตัว และใช้รถยุโรปราคาหลายล้านรับส่งเราไปโรงเรียน

จนกระทั่งช่วงจบมอปลายธุรกิจที่บ้านเราพลิก เราต้องกลายเป็นเสาหลักของบ้าน เราโดนเรียกไปหน้าแถวเคารพธงชาติเพราะไม่ได้จ่ายค่าเทอมตรงเวลา เราไม่ได้ไปงานเลี้ยงจบการศึกษาเพราะว่าเราไม่มีเงินจ่ายค่าจบแค่ไม่กี่พันบาท และเราต้องเข้าไปนั่งอธิบายให้บราเดอร์ฟังว่าทำไมเราถึงเป็นคนเดียวในรุ่นที่ไม่ยอมจ่ายเงินค่าเข้าร่วมสมาคมศิษย์เก่า แม้ว่าเราจะอายแค่ไหนก็ตาม

เราโชคดีที่ตอนนั้นเราสอบติดมหาลัยแล้ว และทุนการศึกษาจากมหาลัยแห่งนี้ก็ได้ให้โอกาสเราได้เรียนตลอดสี่ปีแบบไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอีกเลย

แต่สิ่งที่ยากมากสำหรับเด็กเคยถูกสปอยล์วัย 18 แบบเรา ก็คือการเข้าสังคมนี่แหละ

เราไม่กล้าเข้าร่วมบางกิจกรรมของมหาลัย เพราะว่าเราไม่มีเงินไปซื้อชุดใหม่ให้เข้า Theme แบบเพื่อนๆ

เราไม่สามารถไปร่วมกิจกรรมรับน้องได้ เพราะว่าเราต้องทำงาน

เราไม่สามารถจ่ายเงินไม่กี่ร้อยบาทสำหรับกลุ่มที่มหาลัยได้จัดสรรให้เราได้ทุกเดือน แบบที่ใครๆ ก็ทำกันมานาน เพราะว่าเรามีเรื่องจำเป็นมากกว่าที่ต้องใช้

นี่เป็นแค่ตัวอย่างไม่กี่ข้อที่เราจำได้ และเราไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนคนไหนฟัง ด้วยความอับอายตามวัย และทุกครั้งที่เราเดินผ่านเพื่อนกลุ่มใหญ่ เราจะก้มหน้ารีบเดินด้วยความกระอักกระอ่วนใจเสมอ

ชีวิตช่วงวัยรุ่นของเราเต็มไปด้วยความหงอยเหงาและสับสน เคยมีครั้งนึงที่เราโพสรูปของตัวเองบน Social Media แล้วมีเพื่อนคนนึงที่เคยรู้จักกันดีมาคอมเมนท์ว่า นี่ไม่มีเพื่อนเลยหรอ ทำไมทุกรูปมีแต่เราคนเดียว ตอนนั้นความรู้สึกมันเหมือนมีอะไรจุกที่อก ส่วนตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องที่เราจำได้ไม่ลืมแบบที่ไม่มีความรู้สึกอะไรแล้ว

สุดท้ายแล้วเราเรียนจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับสองที่เราภูมิใจ แน่นอนว่าเราไม่ได้ไปงานรับปริญญา ส่วนนึงก็เพราะเราไม่ได้จ่ายเงินค่าจบ อีกส่วนก็คงด้วยความกลัวว่าจะไม่มีใครมาถ่ายรูปแสดงความยินดีกับเราในวันนั้น 🙂

ตอนนี้เรามีหน้าที่การงานที่ดี รายได้มั่นคง เลี้ยงดูครอบครัวของเราได้ มีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดี ได้เดินทางไปหลายแห่งตามที่อยากไป และที่สำคัญ ตอนนี้เรามีเพื่อน ที่เข้าใจเราแบบที่เราเป็น และพร้อมเติบโตไปพร้อมกับเรา

เราเลยอยากถือโอกาสสรุปให้ฟังว่า ทำไมชีวิตมหาลัยมันถึงไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น และเชื่อเราสิว่ามันไม่ได้กำหนดทิศทางในชีวิตของใครแบบหวนกลับไม่ได้

รุ่นพี่ของคุณเค้าไม่ได้รู้เรื่องอะไรเท่าไหร่หรอก

ถ้านับรวมเวลาที่เราทำงานมาตลอด ตอนนี้ก็เกือบจะสิบปีแล้วนะ เราได้ทำงานกับคนหลากหลายแนวคิดและสัญชาติ เป็นทั้งผู้ร่วมทีมและผู้นำทีม เรายังไม่รู้สึกว่าเรารู้อะไรมากพอที่จะไปบังคับตั้งกฏเกณฑ์ให้คนอื่นทำตามได้เลย แต่เรารู้อย่างนึงแน่นอนเลยว่า คนที่คุณอยากจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างในชีวิต เค้าจะฉลาดน่าค้นหา อ่อนโยน รับฟัง และเคารพผู้อื่นไม่ว่าคุณจะเป็นใครหรืออายุเท่าไหร่ มองหาคนแบบนี้แล้วเรียนรู้จากเค้า แทนที่จะเอาเวลาไปฟังรุ่นพี่คนนั้นตะโกนใส่หน้า ให้คุณใส่รองเท้าสีดำล้วน แล้วมานอนดึกเพื่อร่วมร้องเพลงคณะดีกว่า

อาจารย์ของคุณเค้ามีประสบการณ์​ แต่เค้าก็ไม่ใช่ศาสดา

มันไม่แปลกเลยที่คุณจะมีอาจารย์ที่คุณชื่นชม และมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดถ้าคุณจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกับอาจารย์บางคนในบางครั้ง อาจารย์ของคุณเค้าก็เป็นมนุษย์คนนึงเหมือนกับคุณนี่แหละ เค้ามีเรื่องผิดพลาด เรื่องที่เค้าไม่ได้ภูมิใจ และก็มีอีโก้ส่วนตัวที่เค้าไม่อยากให้คุณไปแตะ สิ่งที่เราอยากแนะนำก็คือให้คุณเรียนรู้จากทุกคนที่คุณได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมด้วย ไม่ว่าคุณจะชอบเค้าหรือไม่ และเรียนรู้ที่จะตั้งคำถามแบบที่ไม่ทำร้ายความรู้สึกของใคร มันเป็นสกิลที่คุณจะได้ใช้แน่นอนเลยนะในอนาคต

คุณไม่ต้องเป็นเพื่อนกับทุกคน

การมีเพื่อนเยอะมันอาจจะทำให้รู้สึกดีในเวลาสั้นๆ คุณจะรู้สึกเป็นที่รักและได้รับการยอมรับจากสังคมมหาลัยที่คุณกำลังใช้ชีวิตแบบไม่ต้องสงสัย แต่เชื่อเราเถอะว่า เพื่อนที่คุณกำลังพยายามจะรักษาความสัมพันธ์ด้วยตอนนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่คุณจะอยากทักทายตอนที่บังเอิญเจอหลังเรียนจบมาหลายปี เลือกคบเพื่อนที่เข้าใจในตัวตนของคุณ​และพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกันเถอะ ทุกความสัมพันธ์มันไม่ใช่เรื่องง่าย เลือกลงทุนเวลาและความรู้สึกของคุณไปกับคนที่คุ้มค่า แทนการมีปริมาณเยอะๆ ดีกว่านะ

สุดท้ายแล้วเราไม่รู้ว่าเราฟังเหมือนคนแก่น่าเบื่อรึเปล่า แต่เราอยากให้คุณรู้ว่า ไม่ว่าชีวิตมหาลัยของคุณมันจะกำลังรู้สึกท่วมท้นยิ่งใหญ่แค่ไหน เราสัญญาได้เลยว่าพอผ่านไปแค่ไม่กี่ปี คุณจะจำมันได้ดีพอๆ กับที่คุณจำเรื่องราวสมัยประถมได้นั่นแหละ

ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่ามันยากมากๆ เราขอส่งกอดแน่นๆ ของเราไปทางอากาศไว้ตรงนี้เลย และถ้าอยากพูดคุยกับใครสักคน ทักเรามาได้เลยนะ เราจะเป็นเพื่อนขี้บ่นคนนั้นให้คุณเอง ❤

Chalakorn Berg

ตังเม SEO โบ๊ะบ๊ะ · ชื่อจริงว่า ชลากร วรรณโภคิน เบิร์ก

เป็น SEO Geek และ Organic Growth Builder มีประสบการณ์ในวงการการตลาด ธุรกิจ เทคโนโลยี Product Management ผ่านการร่วมงานกับบริษัทเทคโนโลยี Startup SMEs และบริษัทมหาชน ชั้นนำของประเทศ

ประสบการณ์ 30+ ปี คลุกคลีกับธุรกิจมาตั้งแต่ลืมตา

ตั้งใจที่จะใช้ความรู้และพลังทั้งหมดที่มี เพื่อช่วยให้ผู้คนและธุรกิจได้เติบโตอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมชาติ และยั่งยืน

รักการเรียนรู้ อิสระ เดินทาง และการกินของอร่อย :)) และเป็นอะไรที่มากกว่าข้อความตรงนี้จะจำกัดความได้

ติดตามคอนเทนต์ที่ดีแบบนี้ต่อ ทางอีเมล
(มีคอนเทนต์พิเศษให้ด้วย)

เคารพเวลาคุณ ส่งแต่ของอร่อยให้ เมสัญญา

บทความที่คุณน่าจะได้ประโยชน์ไปอีก

ตังเม ·
SEO โบ๊ะบ๊ะสไตล์ by Chalakorn Berg
เติบโตอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมชาติ ยั่งยืน