Search Experience Optimization, SXO คือการใช้ SEO + UX (User Experience) โฟกัสที่ประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ เพื่อให้อันดับผลการค้นหาดีขึ้น (SEO) คนเข้าเว็บเรามามีปฏิสัมพันธ์จริง อยู่นาน เปลี่ยนเป็นผลทางธุรกิจได้จริง (UX)
เทคนิคทำ SXO นั้น คล้ายกับการทำ CRO (Conversion Rate Optimization) เช่น เขียนให้คนอ่านเจอข้อมูลได้ง่าย, ปรับปรุง CTA ของเว็บไซต์, ใช้คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องแบบคราฟต์, ไปจนถึงเว็บที่โหลดเร็ว, การเลือกสี, เลือกฟอนต์, และ การใช้ Trust Factor บนเว็บ
เอาสิ่งที่ต้องรู้มาไว้บนสุดในบทความ + หน้าเว็บ ไม่ต้องเกริ่นสวัสดียาวๆ ไม่เอาสรุปไว้ท้าย คนเข้ามาจะได้คำตอบเลย อยากรู้เพิ่มค่อยเลื่อนลงมา
/เหมือนที่เมตั้งใจทำในบทความนี้ล่ะ
ดูเรื่อง CTA (Call-to-action) หรือสิ่งที่อยากให้คนทำด้วย ถ้าเราอยากให้คนติดต่อ แอดไลน์ ฟอลโลว หรือซื้อสินค้า ก็ต้องทำให้คนทำสิ่งนั้นได้ง่ายๆ ในจุดที่เหมาะสม เช่น
อย่าโชว์แค่บทความใหม่ล่าสุดด้านล่างเว็บ แต่ให้คิดว่าคนเข้ามาหน้านี้แล้ว จะอยากเห็นอะไรต่อ ทำตรงนี้ได้ดี คนเข้าเว็บเพิ่ม 10%++
Tag ถ้าเว้นวรรค หรือสะกดไม่เหมือนกัน ก็จะขึ้น Tag ใหม่เลย ดังนั้นให้เลือกใช้คำสั้นๆ เช่น copliot แทน วิธีใช้ coplilot จำง่ายๆ บทความนึงไม่ต้องมี Tag เยอะ
ทุก 1 วิที่โหลด คนจะออกไป 20% อ่านเรื่องการปรับความเร็วเว็บเพิ่มได้ที่นี่
ให้อ่านง่าย เข้าถึงได้ทุกคน สีตัวหนังสือไม่ใกล้เคียงกับพื้นหลังเกินไป ส่วนฟอนต์นั้นถ้าหัวข้อใช้แบบไม่มีหัวได้ แต่ถ้าพารากราฟยาวๆ ให้ใช้แบบมีหัวจะอ่านง่ายค่ะ
/เหมือนในบทความนี้ ที่เมอยากให้ทุกคนอ่านได้ง่ายๆ
ใช้รีวิวของลูกค้าจริงมาไว้บนเว็บ หรือถ้าเว็บ B2B ก็ใส่โลโก้ลูกค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือขึ้นมา ตามหลัก EEAT ที่จะช่วยให้เราติดอันดับได้ตั้งแต่แรก
เรียน SEO + SXO จริงจัง มีคอร์สเล่าให้ฟังแบบ 2 วันจบ
เข้าใจง่าย เอาไปใช้ได้ทันที
การันตีคุณภาพด้วยรีวิวสุดแน่นนน
ไปดูคอร์สเรียนได้ที่นี่
ปัญหาของการทำ SEO แบบเก่า คือมองแค่ติดหน้าแรกบน Search Engine มี Traffic เข้าเว็บเพิ่มแล้วก็จบ ทำให้บางธุรกิจมีคนเข้าเว็บจาก SEO ฟรีๆ เดือนละหลายหมื่น แต่ขายได้เดือนละไม่กี่ร้อย เปลี่ยนเป็นผลทางธุรกิจไม่ได้ คน 80% ออกจากเว็บเพราะประสบการณ์ใช้งานไม่ดี เศร้าาาา แต่ SXO จะช่วยให้ Traffic เปลี่ยนเป็น Conversion หรือลูกค้าได้
แทนที่จะต้องเข้าเว็บมา แล้วงมหาสิ่งที่ต้องการท่ามกลางบทความ 3000 คำ SXO เน้นทำให้คนเจอข้อมูลได้ง่าย รวดเร็ว ได้คำตอบแล้วก็ออกไปใช้ชีวิต จะซื้อสินค้า ติดต่อบริการก็ทำได้อย่างสะดวกมากที่สุด จะต้องหาข้อมูลเชิงลึก เราก็เลือกคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องมาโชว์รอให้แล้ว ไม่หลงทาง (แต่ยังหลงเธอ แฮร่!)
ตังเม SEO โบ๊ะบ๊ะSXO เหมือนการควบตำแหน่ง CRO (Conversion Rate Optimization) ด้วย ถ้าคนเคยเข้าเว็บมาหมื่นคน ซื้อร้อยคน เพิ่ม Conversion Rate ได้ 10% ก็ได้ลูกค้าเพิ่มเป็นพันคนแล้ว โดยที่คนเข้าเว็บเท่าเดิม ซึ่งตำแหน่งนี้ในไทยไม่ค่อยมีคนทำ เป็นช่องว่างมากๆ สกิลที่มีมูลค่าสูง
ถ้าติดอันดับผลการค้นหา คนเข้ามาแล้วไม่เจอสิ่งที่ต้องการ ต้องออกไปเพื่อหาเว็บอื่นต่อ แบบนี้ Google ไม่ชอบ และเว็บเราก็จะค่อยๆ โดนปรับอันดับตกไป แต่ถ้าคนเข้ามาแล้ว ได้คำตอบจริง อยู่นาน ไม่ต้องไปไหนต่อ แบบนี้ Google ชอบ และจะติดอันดับได้ยั่งยืนนานเลย
อย่าคิดถึงแต่ตัวเลข ไม่คิดเหมือนคอม ไม่ทำเว็บเพื่อ Search Engine แต่ให้ทำคอนเทนต์เพื่อเพื่อนมนุษย์จริงๆ สวมบทผู้ใช้ช่างติบ้าง ว่าถ้าเข้ามาเว็บเราแล้ว จะทำยังไงให้ได้คำตอบดีขึ้น หาสิ่งที่ต้องการได้ดีขึ้น ต้องดีไซน์วางอะไรไว้ตรงไหน เพราะอีกฝ่ายที่ใช้งานเว็บเราก็คือเพื่อนมนุษย์นี่แหละ
นอกจากจะได้เปิดร้านในทำเลที่ดีที่สุด ด้วยการติดหน้าแรก Google กับ SEO แล้ว เจ้า SXO จะช่วยให้คนเดินเข้าร้านเราแล้ว รักเรา เป็นลูกค้าเรา เพื่อสร้างอันดับ และ ผลทางธุรกิจที่ยั่งยืน
ด้วยรัก และอยากให้เราต่างทำงานได้อย่างประสบความสำเร็จและมีความสุข 🤍
1. จะมาดูคอนเทนต์อื่นที่มีประโยชน์กับเมต่อ ผ่านอีเมล หรือ ผ่าน Facebook
2. ถ้าอยากเรียนจริงจัง มาดูคอร์สเรียนด้วยกัน
3. อยากทำ In-house Training หรือร่วมงานกัน ก็ติดต่อเมมาได้เลยค่ะ
SXO คือการทำ SEO แบบโฟกัสที่ประสบการณ์ผู้ใช้งานหรือ User Experience (UX) ด้วย เพื่อให้เว็บไซต์มีทั้งอันดับที่ดีบนผลการค้นหา และประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้ใช้ ให้คนเข้ามาแล้วอยู่นาน เปลี่ยนเป็นลูกค้าได้จริง
Conversion Rate Optimization หรือ CRO คือการเพิ่มอัตราการซื้อเมื่อคนเข้าเว็บมาแล้ว ไม่ให้ดูเฉยๆ หรือออกไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำ SXO แต่เจ้า SXO จะรวมไปถึงการทำเว็บให้มีอันดับดีบน Search Engine (SEO) ด้วย
SXO ช่วยเพิ่มมูลค่าของเว็บไซต์ ไม่ใช่แค่คนเข้าเว็บแต่เป็นผลทางธุรกิจได้จริง เป็นเทคนิคที่ทำให้ผลงานดีขึ้น หรือถ้าเป็นฟรีแลนซ์ก็ไม่ต้องกลัวตกงาน มีคุณค่าเสนอให้ลูกค้า และดูแลเว็บไซต์ได้ครบทั้งระบบ