Home » Marketing » สรุป We Are Social: Digital 2022 พร้อมแนวทางไปทำการตลาดต่อ

สรุป We Are Social: Digital 2022 พร้อมแนวทางไปทำการตลาดต่อ

We are social ร่วมมือกับ Hootsuite ออกรายงานเกี่ยวกับโลกอินเตอร์เน็ต มาให้เราติดตามกันเป็นประจำเลยค่ะ และล่าสุดก็ปล่อย Digital 2022 Global Overview Report ออกมา รายงานล่าสุดนี้ยาวถึง 300 สไลด์เลย ข้อมูลน่าสนใจเพียบ แต่กว่าจะอ่านครบก็ใช้เวลาพอควร เมเลยข้อสรุปข้อไก่ เอ้ย ข้อเข่า เอ้ย ข้อมูล! ออกมาในรูปแบบของเมกันค่ะ

อันนี้เมเน้นสรุปจากมุมมองฝั่ง SEO นะคะ เนื่องจากเมทำงานในวงการนี้ แน่นอนว่ามีใส่มุมมองส่วนตัวลงไปด้วย และคงจะเล่าเรื่องราวได้ไม่หมดทั้ง 300 หน้าจากรีพอร์ตเต็ม แต่ตั้งใจจะแชร์บทสรุปที่เมได้จากการอ่านรีพอร์ตนี้กับทุกคน แบบที่ให้มีแนวทางเอาไปใช้ทำงานต่อได้ค่ะ

ในบทความนี้มีข้อมูลน่าสนใจแบบเน้นๆ เลยค่ะ ในช่วงที่ประชากรผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไทยไม่โตแล้ว แบรนด์จ่ายเงินโฆษณามากขึ้น แต่ Ads กลับแพงไม่หยุด แล้วแบรนด์จะเลือกเดินหน้าหาช่องทางการตลาดทางไหนต่อดี?

ถ้าอยากเข้าใจเรื่อง SEO เพิ่มเติม เมมีเปิดคอร์สอนอยู่ค่ะ สอนจากประสบการณ์จริงๆ เวอร์ชันสุดอัปเดต ทำเว็บให้ติดหน้าแรก Google สร้างยอดขายได้ ไม่ต้องมีงบโฆษณาค่ะ เมเปิดคอร์สไม่บ่อย แต่ทุกครั้งที่เปิดจะทำให้เป็นคอร์สที่ครบที่สุดที่เมเคยสอนมาเลย ส่งวิดีโอให้ด้วย ดูย้อนหลังได้ไม่มีหมดอายุค่ะ  ดูข้อมูลคอร์สเรียน SEO เพิ่มได้ที่นี่เลย 🙂

สรุปข้อมูลผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย

จะเห็นได้ว่าผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยค่อนข้างอิ่มตัวแล้วค่ะ ประชากรเกือบ 80% ใช้อินเตอร์เน็ตเกือบหมดแล้ว หลังจากนี้ประชากรไทยก็มีแนวโน้มลดลงอีก อัตราการเกิดช้า และล่าสุดก็เด็กเกิดใหม่ ไม่ทันประชากรที่เสียชีวิต สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้วค่ะ

คนใช้เวลาบนโลกออนไลน์ ถึงขีดจำกัดแล้ว?

นอกจากจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจะไม่โตแล้ว จำนวนชั่วโมงที่คนใช้บนอินเตอร์เน็ต ก็ไม่โตแล้วเหมือนกันค่ะ จริงๆ ไม่ว่าจะอินเตอร์เน็ต Social Media หรือกระทั่งทีวี ตัวเวลาก็เหมือนจะถึงขีดจำกัด ไม่สามารถโตไปได้มากกว่านี้แล้ว ตราบใดที่คนยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกจริงกันอยู่

การตลาดตอนนี้มันเลยเป็นการแย่งชิงเวลาและความสนใจของคนจริงๆ ค่ะ

แล้วช่องทางการตลาดช่องไหน ที่ธุรกิจไม่ควรละเลย?

Search Engine เป็นช่องทางที่คนเจอแบรนด์ใหม่มากที่สุด

ถ้ามาดูตัวเลขนี้ค่ะ จะเห็นว่าช่องทางที่คนเจอแบรนด์ ​สินค้า และบริการใหม่ๆ มากที่สุดผ่านทาง Search Engine หรือเว็บที่เอาไว้หาข้อมูลค่ะ

ช่องทางรองลงมายังเป็นโทรทัศน์ และอันดับสามคือการบอกต่อจากเพื่อนและครอบครัวค่ะ

เห็นตัวเลขแบบนี้เมว่า ถ้าเราเป็นธุรกิจ ไม่ว่าจะขายสินค้า บริการ สร้างแบรนด์ หางานให้ตัวเอง ฯลฯ ยังไงช่องทางการทำการตลาดบน Search Engine ก็คงจะเป็นช่องทางที่เรามองข้ามไปไม่ได้ค่ะ มาทำ SEO กันนนนน :))​ 

เหมือนลูกค้าเราไปเดินตลาดกันคึกคัก เราก็ควรจะไปเปิดแผงตรงที่คนเดิน ไม่ใช่ไปเปิดแผงแถวที่จอดรถ หรือริมต้นไม้ค่ะ

ส่วนตัวเมว่าบริษัทก็หาคนสาย SEO เยอะขึ้นนะคะ มีคนฝากมาบ่อยๆ เลย แต่ก็หาคนทำได้ยากมากก สถิติจากแหล่งอื่นๆ ก็จะเห็นว่าคนหาทีมสาย SEO เยอะ  ฝึกสกิลสายนี้ไว้เมว่ายังไงก็ได้ใช้ค่ะ

พอเรามาดูข้อมูลที่ละเอียดขึ้น จะเห็นว่าคนในทุกกลุ่มอายุเลยค่ะ ใช้ Search Engine เป็นช่องทางในการหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ ถ้าอายุน้อยๆ ก็ใช้ Social Media คู่ไปด้วย ในอัตราส่วนที่ไม่ต่างกันมาก

แต่ตั้งแต่อายุ 25 ขึ้นมา สัดส่วนการใช้ Search Engine ก็มากกว่า Social Media แล้ว และมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้นค่ะ 

Google เป็นผู้นำตลาดอย่างไรเทียมทาน

Google มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดใน Search Engine

และสำหรับ Search Engine ที่คนใช้เยอะที่สุด จะเป็นใครไปไม่ได้ค่ะ Google ครองตำแหน่งนี้มาเป็นสิบๆ ปี ได้ Market Share ไป 91% ตัวอื่นๆ อย่าง Bing และ Duckduckgo ก็มีโตขึ้นมาบ้าง แต่ยังห่างไกลอันดับหนึ่งอยู่ไกลเลยค่ะ

นี่เป็นสาเหตุที่เวลาเมสอน หรือแชร์เรื่อง SEO เราจะเน้นใช้แนวทางจาก Google เป็นหลัก เพราะถ้าทำได้ถูกหลัก ติดหน้าแรก Google ได้ก็จับตลาดได้เกือบ 100% แล้วค่ะ

 ตารางแสดงว่า Google เป็นเว็บที่คนเข้าชมมากที่สุดของโลก

แชร์พาวของ Google ต่ออีกนิด เดือนๆ นึงมีคนเข้า 4.5 หมื่นล้านครั้งไปเลยค่ะ เยอะที่สุดของโลกในแบบที่เยอะกว่า YouTube ซึ่งก็กรุ๊ปเดียวกันอีกไปถึง 3 เท่า

เป็นประเด็นที่น่าสนใจเหมือนกันนะคะ ที่บริษัทเดียวจะมีอำนาจในการจัดการการเข้าถึงข้อมูลของคนได้แบบสุดๆ 

ในวันนี้ ที่ทุกคนยังเข้า Google จำนวนมากแบบนี้ อย่างน้อยเมว่าเราควรจะก้าวเท้าเข้ามาสู่โลกของ SEO บ้าง พอเราเข้าใจแล้ว นอกจากจะเอาความรู้มาช่วยเพิ่มพลังให้ตัวเอง ทั้งการหางาน หรือขายของแล้ว แต่เราจะยังได้มาช่วยกันค่อยๆ จับตาและจัดการประเด็นเรื่องการจัดการข้อมูล จริยธรรม และการผูกขาดข้อมูลเอาไว้ด้วยค่ะ

ไม่ได้ใช้อย่างเดียว แต่ช็อปด้วย

ตัวเลขนี้ก็น่าสนใจค่ะ คือคนไทยไม่ได้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเฉยๆ แต่เราช็อปเก่งมาก! สนิทกับพี่คนส่งของไปเลยบางที คนไทยเกือบ 70% ซื้อของออนไลน์อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งค่ะ

ถ้าเรามัวแต่ขายของหน้าร้านอย่างเดียว แล้วไม่ดูเรื่องออนไลน์เลย มันก็เสียโอกาสไปอย่างมากมายเลยนะคะ

กี่กล่องแล้วคะอาทิตย์นี้?

Website คือช่องทางอันดับ 1 ของแบรนด์

กราฟนี้ยังบอกอีกว่าในฝั่งออนไลน์นี้ คนมีส่วนร่วมกับแบรนด์ผ่านทางเว็บไซต์ของแบรนด์มากที่สุดค่ะ 

เอาง่ายๆ เลย คือถ้าคนเกือบครึ่งที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเรา ไปหาแบรนด์เราใน Google แล้วไม่เจอเว็บเรา มันจะเสียโอกาสไปมากขนาดไหน? ยังไม่นับเคสที่ไปเจอคู่แข่งแทน แล้วก็ไม่กลับมาสนใจแบรนด์เราอีกเลย

ดังนั้นแล้วในการทำ SEO นอกจากจะเขียนบล็อกไปจับคีย์เวิร์ดต่างๆ แล้ว เราก็ควรจะทำเว็บไซต์ของเราเองให้ดี มีข้อมูลที่มีประโยชน์ ใช้งานได้ง่าย และติดอันดับ 1 ของคีย์เวิร์ดแบรนด์เราเองให้ได้ค่ะ ซึ่งโดยหลักการพื้นฐาน Google ก็จะให้สิทธิ์กับเว็บไซต์ของแบรนด์เอง สำหรับคีย์เวิร์ดที่เป็นชื่อเราอยู่แล้ว ถ้าทำเว็บได้ดี ยังไงก็ควรจะติดอันดับแรกได้ค่ะ

งบโฆษณาเพิ่มทั่วโลก แต่คนบล็อกหมด

ในขณะเดียวกันเราจะเห็นว่า แบรนด์ทุ่มงบโฆษณาเพิ่มขึ้นทุกช่องทางเลย โดยรวมแล้วโตถึง 17% เลยค่ะ นี่หมายความว่าการแข่งขันในการยิงแอดมันก็เยอะขึ้นตามไปด้วย

ในโลกที่ทุกคนต่างยิงแอด เพื่ออยากเห็นผลลัพธ์ที่เร็วขึ้น คนไทย 30% ใช้ Ad Blocker มาบล็อกโฆษณาแล้วค่ะ 

การแทร็คกิ้งต่างๆ ก็ยากขึ้น เหมือนที่พี่มาร์คออกมาบ่น Apple ที่ให้ผู้ใช้งานเลือกไม่ให้แอปเก็บข้อมูลได้ จนทาเก็ตโฆษณายาก 

จนล่าสุด Facebook บอกว่าสาเหตุนี้เอง ทำให้เงินที่ควรจะได้จากโฆษณาน้อยลง เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้มูลค่าของ Meta บริษัทแม่ลดลงไปฮวบฮาบเลยค่ะ

โฆษณาแพงขึ้น

สำหรับโฆษณาบน Search Engine คนเห็นโฆษณาเยอะขึ้น อาจจะเพราะด้วยงบการตลาดเยอะขึ้น และจำนวนโฆษณาก็เยอะขึ้นค่ะ แต่การคลิกโดยเฉลี่ยนั้นอยู่ที่ 1.6% เท่านั้น คือคนเห็นโฆษณา 100 รอบ จะคลิกแค่ 1 รอบนิดๆ เท่านั้นค่ะ 

เทียบกับผลการค้นหาแบบ Organic ด้วย SEO ตัว CTR โดยเฉลี่ยของอันดับ 1 นั้นสูงถึง 28% ไปเลย 

หลายคนบอกว่าเชื่อผลการค้นหาแบบ Organic มากกว่าแบบโฆษณาที่ต้องจ่ายเงินมา แต่อีกสาเหตุก็คงจะเป็นเพราะว่าตัว SEO นั้นจะติดหน้าแรกได้ ก็ต้องตรงกับจุดประสงค์ในการค้นหาของคน และมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เลยอาจจะน่าคลิกมากกว่า โฆษณาที่ใครจะยิงอะไรก็ได้ค่ะ

การแข่งขันก็ดุเดือดสุดๆ ค่ะ การยิง Search Ads นั้นแพงขึ้นมา ~20% ภายในปีเดียวเลย

กราฟแสดงว่า CPM ของโฆษณาแพงขึ้นเรื่อยๆ

บน Social  ก็ไม่ต่างค่ะ Ads แพงขึ้นจัดๆ ล่าสุดแพงขึ้น 20% ในไตรมาสเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงปลายปีเทศกาลเยอะ คนเลยแข่งกันเยอะขึ้นในช่วง Q4 ก็ได้ค่ะ แต่พอเทียบกับ Q4 ปีที่แล้ว ก็แพงพุ่งขึ้นมาเหมือนกัน

การหาข้อมูล คือเหตุผลที่คนใช้อินเตอร์เน็ต

สุดท้ายแล้วค่ะ ชาร์จนี้บอกว่าเหตุผลที่คนใช้อินเตอร์เน็ตสูงที่สุด คือการหาข้อมูล

นี่แหละค่ะเป็นสาเหตุที่เมเลือกทำ SEO เมมองว่ามันเป็นช่องทางที่ไม่หวือหวา ควบคุมยาก แต่มันอยู่นิ่งๆ รอตอบโจทย์คนในเวลาที่ต้องการ 

เวลาที่เราไม่ได้เข้า Google มันก็อยู่ของมันเฉยๆ แต่เวลาที่เราสงสัยอะไร Google ก็จะมีคำตอบเสมอ เวลาเราจะหางาน หาคำตอบ ขายของ ซื้อของ ทำอะไรก็ตาม Google จะคอยให้ผลการค้นหาที่ตรงกับความต้องการตอนนั้นที่สุด 

ต่างกับช่องทางอื่นๆ ที่บางทีเราอยากจะคุยกับเพื่อน แต่ดันเจอแอดมาชวนให้ซื้อของ หรือจะอ่านข่าว แต่ดันเจอโฆษณาชวนไปซื้อน้ำ

เมว่า SEO มันคือช่องทางที่เมชอบที่สุด ที่แสนจะทรงพลัง และเมว่าในอนาคต SEO อาจจะเปลี่ยนรูปแบบไป แต่ความต้องการคนมาจัดการข้อมูลให้เป็นประโยชน์และเข้าถึงได้สำหรับผู้ใช้งานบนโลกนี้ น่าจะยังมีต่อไปแน่นอนค่ะ :))​

สนใจอยากก้าวเข้าสู่โลก SEO ลองดูคอร์ส SEO หรือติดต่อเมมาเพื่อทำ SEO In-house training ให้พนักงาน หรือปรึกษาเรื่อง SEO ได้เลยค่ะ :))

Written by
Chalakorn Berg
Join the discussion