ทุกวันนี้เรามีเครื่องมือในการทำ SEO ให้เลือกใช้มากมายทั้งฟรีและเสียเงิน แน่นอนว่าเครื่องมือแต่ละตัวก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ส่วนตัวแล้วเมเลือกใช้ Ahrefs เป็นหลักค่ะ เป็นเครื่องมือที่ใช้เองทุกวัน เลยอยากมาแชร์กันว่า Ahrefs คืออะไร อ่านว่าอะไร ราคาเท่าไหร่ แล้วมีฟีเจอร์อะไรดีๆ ที่น่าสนใจบ้าง รวมไปถึงข้อกำหมัด เอ้ย กำจัด เอ้ย จำกัด! ของเครื่องมือสำหรับการใช้งานในภาษาไทยด้วยค่ะ
Ahrefs คือหนึ่งในเครื่องมือสำหรับทำ SEO ที่เป็นที่นิยมและครอบคลุมที่สุด Ahrefs มีฟีเจอร์มากมายเพื่อช่วยให้เราวางแผน ติดตามผล และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำ SEO เพื่อให้เราติดอันดับบน Google ได้ ไม่ว่าจะเป็น Backlink Checker, toolbar, keyword research, competitors analysis ไปจนถึงการทำ site audits โดย Ahrefs มีทั้งตัวฟรีและตัวเสียเงินเลยค่ะ
โดยทางเว็บเองเคลมว่า มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับลิงก์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีอัปเดตอยู่ตลอดค่ะ
Tips: Ahrefs อ่านว่า ” เอช-เรฟซ์” ค่ะ ส่วนตัวเมเองติดเรียก “เอ-เอช-เรฟซ์” มาตลอด แต่ทีมบอกแล้วว่า A ตัวหน้าไม่ออกเสียงค่ะ ลองดูวิธีออกเสียงได้ที่ลิงก์นี้ วินาทีที่ 0:35 ค่ะ
สนใจเรียนใช้ Ahrefs กับเมที่ใช้จริงทุกวัน มาจอยคลาสกันได้ค่ะ เรียนสด ออนไลน์ตั้งแต่เริ่มใช้ ไปจนถึง 20+ ฟีเจอร์ ตอบทุกคำถาม แถมได้มา Meetup เจอกันจริงๆ แฮงค์เอาท์กับเพื่อนในคลาส สร้างคอนเนคชันที่มีความหมาย ในบรรยากาศสบายๆ ได้ใช้ Ahrefs เป็น เข้าใจ metrics สื่อสารกับทีมและลูกค้าอย่างมั่นใจ และได้เจอเพื่อนใหม่ที่พร้อมช่วยเหลือกันด้วย คลิกดูรายละเอียดคลาส Ahrefs ได้ที่นี่ จำกัดแค่ 40 ที่ค่ะ 😊
ด้วยกลยุทธ์แล้ว ทาง Ahrefs ทำเครื่องมือฟรีไว้หลายตัวเลยค่ะ โดยหวังว่าคนใช้แล้วชอบก็จะมาสมัคร โดยเราสามารถใช้เครื่องมือฟรีทำได้หลายอย่างเลย เช่น เช็ก Backlink เบื้องต้นได้ มาดูเครื่องมือ Ahrefs ฟรีกันค่ะ
ตัว Ahrefs Backlink Checker ช่วยให้เราสามารถเช็ค Backlink ของเว็บไซต์เราได้แบบฟรีๆ ค่ะ ใช้งานง่ายๆ แค่เข้าไปที่ลิงก์ https://ahrefs.com/backlink-checker จากนั้นใส่เว็บของเราลงไป แล้วก็กด Check backlinks ค่ะ ตรงนี้จะมีตัวเลือกสองอย่างคือ
พอเช็กข้อมูลเสร็จแล้ว เราจะเห็นหน้าต่างนี้ขึ้นมาค่ะ ซึ่งมีข้อมูล Backlink ของเว็บที่เราเช็กถึง 100 ลิงก์เลยทีเดียววว แถมมี Anchor บอกด้วยว่าลิงก์มาจากคำไหน และลิงก์ไปที่หน้าเว็บไหนค่ะ
Broken Link Checker เข้ามาเพื่อช่วยให้เราเช็กได้ว่า บนเว็บของเรานั้นมีลิงก์ไหนที่พังบ้าง ซึ่งเป็นปกติของการทำเว็บเลยค่ะ สมมติเราเคยลิงก์อ้างอิงไปที่หน้าเว็บงานวิจัยแห่งนึง แล้ววันนึงเว็บนั้นปิดไป คนนั้นมีการเปลี่ยน URL หรือหน้านั้นหายไป ลิงก์ที่เราเคยลิงก์จากบนเว็บเราไปก็จะพัง คนเข้ามากดแล้วก็ไปหน้า 404 ไม่ได้เป็นตัวที่เราจะลิงก์จริงๆ ซึ่งเราควรเข้ามาจัดการหน้าเว็บพวกนี้บ้าง สักเดือนละครั้งค่ะ
นอกจากการแก้ลิงก์ที่เสียบนเว็บตัวเองแล้ว ตัวนี้ยังมี Inbound links ที่พังอีกด้วย ไว้เช็กสำหรับเวลาที่คนอื่นลิงก์มาหาเรา แต่หน้านั้นเราลบไปแล้ว หรือเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นค่ะ ไหนๆ ได้ Backlink แล้วเราก็ไม่อยากให้มันสูญเปล่า ถ้าเห็นแบบนี้เราก็สามารถทักไปที่เว็บนั้นๆ เพื่อให้เค้าอัปเดตลิงก์มาเว็บของเราเป็นลิงก์ที่ถูกได้ค่ะ
Ahrefs Keyword Generator นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้เราหาไอเดียคีย์เวิร์ดได้ค่ะ โดยมันจะเอาคีย์เวิร์ดที่เราใส่ลงไป ไปหาคำอื่นที่มีการเสิร์ชแล้วมี Phase Match หรือมีคำของเราอยู่ในนั้น ใช้ง่ายๆ แค่เข้าไปที่ https://ahrefs.com/keyword-generator แล้วใส่คำที่ต้องการลงไป เลือกประเทศไทย (ถ้าจะหาประเทศไหนก็เลือกประเทศนั้นนะคะ) แล้วกด Find keywords ได้เลยค่ะ
อย่างข้างล่างจะเห็นว่าเมลองพิมพ์ “เที่ยว” ลงไป แบบนี้รู้เลยว่าคนไทยเสิร์ชคำว่าเที่ยวที่ไหนเยอะ นครนายก วังน้ำเขียวฮิตมากๆ เมต้องหาโอกาสไปแล้วล่ะ
ใช้ได้หลายอย่างเช่นค่ะ เช่น
ตัวนี้จะคล้ายกับ Keyword Generator แต่ เราเอาไว้ดูว่า คนบน YouTube เค้าเสิร์ชอะไรกัน ซึ่งอาจจะต่างกับ Google ปกติค่ะ โดยเราพิมพ์คำตั้งต้นลงไป มันก็จะขึ้นคำที่ใกล้เคียงมา พร้อมด้วยปริมาณการค้นหาต่อเดือน ให้เรามีไอเดียในการทำคอนเทนต์ต่อได้ค่ะ ลองใช้ได้ที่นี่เลย https://ahrefs.com/youtube-keyword-tool
จะเห็นว่าพอเป็น YouTube แล้ว คนไทยจะไปญี่ปุ่นกันเยอะเลย ผลที่ออกมาจะต่างกับใน Google ค่ะ
เจ้าตัว SERP Checker จะช่วยเช็กว่า สำหรับคำนั้นๆ แล้ว คู่แข่งของเราเป็นยังไงบ้าง โดยตัวฟรีจะโชว์แค่ 3 อันดับแรกค่ะ ไปที่ https://ahrefs.com/serp-checker ใส่คำที่ต้องการ เลือกประเทศ แล้วก็กดเช็กได้เลยค่ะ
ตัวนี้จะมีบอกข้อมูลตามนี้ค่ะ
Keyword Difficulty Checker จะคล้ายกับ SERP Checker ค่ะ คือบอกว่าคำที่เราจะทาเก็ตนั้นอยากหรือเปล่า โดยจะแสดง KD หรือ Keyword Difficulty โดยดูจาก Backlink เป็นหลัก ถ้าเราอยากติดคำนี้ จะต้องมี Backlink ไปที่หน้านั้นๆ กี่ลิงก์ แล้วก็จะโชว์คู่แข่ง 3 อันดับแรกค่ะ โดยเราสามารถดู DR ได้ว่าถ้าคู่แข่งเรา DR เยอะมากๆ ก็อาจจะแข่งยากหน่อย แล้วก็จะพอได้ไอเดียว่า Traffic ของเว็บคู่แข่งที่ติด 3 อันดับแรกจะมีคนเข้าเว็บเท่าไหร่ค่ะ
ตัว Ahrefs SEO Toolbar จะเป็น Extension ที่เราสามารถติดไว้บน Chrome หรือ Firefox ได้ค่ะ เรียกว่าเป็นตัวที่เมใช้บ่อยมากๆ แทบจะตลอดเวลา ช่วยให้เราหาข้อมูลของคำ และคู่แข่งได้แบบรวดเร็วในหน้า SERPs ของ Google โดยไม่ต้องออกไปไหนเลยค่ะ โดยข้อมูลที่มีบอกคือ
สำหรับตัวนี้ ถ้าเราจ่ายเงินเป็นสมาชิกให้กับ Ahrefs อยู่ ก็จะได้ข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติม เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับทุกเว็บไซต์ที่เราเข้าชม แล้วก็ข้อมูลของคีย์เวิร์ด เช่น จำนวนการเสิร์ช หรือความโหดในการแข่งขันค่ะ
จากตัวอย่างด้านล่างนี้ จะเห็นว่าเราสามารถกดดูข้อมูล on-page seo เช่น Meta Data, Sitemap, Canoical URL และ Headings ได้ทั้งหมดเลยในคลิกเดียว
ตัวนี้จะมีแสดงให้เลยว่า บนหน้าเว็บมีการลิงก์ไปข้างนอกกี่ลิงก์ ข้างในเว็บตัวเองกี่ลิงก์ อยู่ตรงไหนบ้างบ้าง แล้วลิงก์นั้นเป็น do-follow หรือ nofollow ค่ะ สามารถกด Check Status เพื่อดูได้ว่า ลิงก์นี้ยังใช้งานได้ปกติอยู่หรือเปล่า
ตัวนี้เป็นเครื่องมือที่สุดมากค่ะ ใช้งานได้ฟรี โดย Ahrefs จะส่ง Bot เข้ามา Crawl เว็บของเรา เพื่อดูข้อมูลต่างๆ แล้วทำรายงานออกมาแบบดูง่ายมากๆ ช่วยให้คนที่ไม่ต้องมีความรู้เรื่องเทคนิคมาก ก็สามารถปรับแก้เว็บได้เองค่ะ โดยบอกข้อมูลละเอียดเลย ว่า URL ไหนมีปัญหาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นรูปใหญ่ รูปพัง Redirect มีปัญหา ตั้งค่าไม่ถูก Title/Descriptions ซ้ำกันหรือยังขาดอยู่ ฯลฯ ใครสนใจเข้าไปที่ https://ahrefs.com/webmaster-tools กดสมัคร แล้วก็ใส่เว็บของตัวเองลงไป โดยตัวนี้จะดูข้อมูลได้แค่เว็บของตัวเองเท่านั้น และต้องมีการยืนยันความเป็นเจ้าของโดยวิธีต่างๆ เช่น เอาโค้ดไปลง หรือใช้ Google Search Console ค่ะ
สำหรับตัวเมเอง ใช้ตัวเสียเงินอยู่ค่ะ เดือนนึงประมาณสามพันบาท แต่ตัวนี้คือฟีเจอร์เยอะมากๆ เลยจะเลือกมาเป็นบางตัวที่สามารถใช้งานได้บ่อยๆ ค่ะ 🙂
ถ้าเป็นสมาชิกเสียตังแล้ว โหลดตัว extension มาใช้ได้ สะดวกมากๆ เลยค่ะ เวลาเราเสิร์ช Google มันก็จะขึ้นแบบนี้เลยว่า คำนี้มีคนเสิร์ชในประเทศที่เราตั้งและทั่วโลกต่อเดือนเท่าไหร่, KD เท่าไหร่, รวมถึงข้อมูลของแต่ละเว็บไซต์ที่เราหาได้จาก Site Explorer ก็จะอยู่ในนี้ เช่น DR/UR หรือ Organic Keywords ที่เว็บนั้นๆ ติด
นอกจากนี้แล้วเวลาเข้าเว็บไซต์ไหนก็ตาม ก็จะมีข้อมูลของเว็บไหนขึ้นมาให้ดูได้ในคลิกเดียวด้วยค่ะ แค่ตัวนี้ก็ประหยัดเวลาไปได้มากแล้ว สำหรับการเช็กข้อมูลคู่แข่งหรือ Competitor Analysis ค่ะ รวมไปถึงสามารถดูข้อมูล On-page ต่างๆ เช่น Title/Descriptions เขียนยังไง หรือ Heading Structure ต่างๆ ที่ใช้ค่ะ ข้อมูลเยอะมากๆ แบบแคปมาไม่หมดเลย
ตัวนี้เราสามารถใส่เว็บไซต์ของเรา หรือใครก็ได้เข้าไปค่ะ ก็จะได้ข้อมูลเยอะมากๆ เลยค่ะ ลองมาดูกันว่าปกติเมใช้ดูอะไรบ่อยๆ บ้างค่ะ
ตัวนี้ดูได้เลยว่า เว็บนั้นๆ มี Backlink เท่าไหร่ ประเภทอะไร ลิงก์มาจากที่ไหนบ้าง ได้มาวันไหน ตามไปดูได้หมด
บางคนอาจจะใช้ Google Search Console ดูอยู่แล้วว่าเว็บเราติดอันดับคำไหนบ้าง แต่อันนี้ช่วยให้เราดูได้หมดเลยว่า คู่แข่งของเราติดอันดับคำไหนบ้าง อยู่ที่เท่าไหร่ การเคลื่อนไหวเป็นยังไง ตกหรือดีขึ้น หน้าไหนที่ติด เป็นไอเดียให้เราทาเก็ตคำหรือหัวข้อพวกนั้นได้ค่ะ
ตัวนี้จะดูได้ว่า หน้าไหนของเว็บมีคนเข้าเยอะสุด หรือคนลิงก์มาเยอะที่สุด ถ้าเป็นเว็บเราเอง เราจะได้ไปปรับปรุงหน้าเว็บนั้นๆ หรือปรับ Internal Link เพื่อให้เว็บเราได้พลังจาก Backlink เยอะที่สุด หรือถ้าเว็บคู่แข่งเราก็จะได้มีไอเดียทำคอนเทนต์ ว่าแบบนี้คนชอบค่ะ
ตรงนี้เราสามารถเอาเว็บเรา กับคู่แข่งใส่ลงไป แล้ว Ahrefs จะวิเคราะห์ให้เลยว่า มีคำไหนบ้างที่คู่แข่งติดอันดับ แต่เรายังไม่ติด เราก็ไปเลือกมาทำคอนเทนต์ได้เลยค่ะ
เจ้าตัวนี้เราเอาไว้ทำ Keyword Research ค่ะ มีข้อมูลเกี่ยวกับคำเยอะมากๆ ทั้งบอกว่ามีคนเสิร์ชเท่าไหร่ แยกรายประเทศ ความยากของคำ หรือจำนวนคนคลิกค่ะ นอกจาก Volume หรือจำนวนการค้นหาแล้ว ลองมาดูกันค่ะว่าดูอะไรได้อีก
เรียกสั้นๆ ว่า KD ตัวนี้ไว้ดูความยากของคำค่ะ เทียบจาก Backlink ของหน้าที่ติดหน้าแรกของคำนั้น ถ้าเยอะก็คือยาก โดยเค้าจะประมาณไว้ให้ค่ะ ว่าต้องมี Backlink ประมาณเท่าไหร่ถึงจะติดหน้าแรกได้ เช่นอันนี้ KD = 59 ต้องมี Backlink จาก ~123 เว็บ ถึงจะติดหน้าแรกได้ ดังนั้นเว็บใหม่ๆ เราก็จะเลือก KD น้อยๆ มาทำก่อนค่ะ
ตรงนี้จะบอกเราได้ค่ะว่าคนที่เสิร์ชแล้วไม่คลิกเยอะหรือเปล่า เพราะบางคำเวลาคนเสิร์ช Google ก็จะโชว์ข้อมูลมาเลย แบบไม่ต้องคลิกก้ได้คำตอบ คำที่ %Search without clicks เยอะๆ อาจจะไม่คุ้มกับการทำ SEO ในช่วงแรกๆ ค่ะ เพราะน่าจะมีคนติดยาวๆ อยู่แล้ว
ตรงนี้จะช่วยบอกว่ามีคำอื่นๆ อีกที่เกี่ยวกับคำที่เรากำลัง Research เพื่อเป็นไอเดียให้เราค่ะ สามารถคลิกเข้าไป Research ดูข้อมูลเต็มๆ ของแต่ละคำได้ ตัวที่เมใช้ประจำคือ Having the same search terms หรือคำค้นหา ที่มีคำหลักของเราในนั้น และ Questions ที่บอกว่าคนถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างค่ะ
สำหรับคนที่ใช้ Search Console อยู่แล้ว เราก็จะพอรู้ใช่มั้ยคะ ว่าเว็บเราอยู่อันดับไหนในใจเธอ เอ้ย บน Google แต่เจ้าตัวนี้จะช่วยให้เราแทร็ครายคีย์เวิร์ดได้ และเทียบกับคู่แข่งได้ค่ะ ว่าช่วงที่ผ่านมาใครมีการเปลี่ยนแปลงยังไง คู่แข่งขึ้นเราลง ก็จะพอมีไอเดียว่าเว็บแบบไหนตก แบบไหนดี ต้องปรับยังไงบ้าง คีย์เวิร์ดนี้ติดด้วย URL อะไรโดยดูข้อมูลเวลาไหนก็ได้ และได้ทั้งบนมือถือและ Desktop ค่ะ หน้าตาเป็นแบบนี้เลย ช่วยให้เราติดตามอันดับได้อย่างรวดเร็ว โดยตัวถูกที่สุดจะอัปเดตข้อมูลทุก 7 วันค่ะ
ตัวนี้เป็นรีพอร์ตที่เข้ามา Crawl เว็บไซต์ของเรา เพื่อดูว่าเว็บของเรามีปัญหาตรงไหนบ้าง เช่น หน้าไหนไม่มี Title/Descriptions, หน้าไหนโหลดช้า, URL ผิดปกติ, ลิงก์ที่เสีย, รูปที่เสียไม่แสดงผล เรียกว่าครบเครื่อง รวมถึงมีคำอธิบายในการแก้ของแต่ละตัว คนไม่ต้องมีความเรื่องเรื่องเทคมาก ก็สามารถปรับแก้เว็บเองได้ค่ะ จริงๆ อันนี้มีตัวฟรีด้วย เรียกว่า Ahrefs Webmaster Tool แต่ความคูลคือเราสามารถรันรีพอร์ตนี้กับเว็บไหนก็ได้ค่ะ จะเข้าไปส่งเว็บคู่แข่งก็ได้ ชิวๆ เลย
Ahrefs Explorer จะช่วยให้เราวางแผนคอนเทนท์ได้ง่ายขึ้นค่ะ แค่เราใส่หัวข้อที่เราอยากรู้ลงไป มันก็จะขึ้นข้อมูลคอนเทนท์ทั้งหมดเลยว่า มีกี่หน้าบนโลกอินเตอร์เน็ตที่พูดถึงหัวข้อนี้ นักเขียนคนไหนที่เขียนเรื่องนี้บ่อยๆ หรือมีคนอ่านเรื่องนี้จากคนนี้เยอะ
นอกจากนี้ยังบอกข้อมูลของเว็บไซต์ที่เขียนเรื่องนี้ ว่ามี Backlink เยอะแค่ไหน มีคนเข้าเยอะหรือเปล่า ช่วยเป็นไอเดียให้เราได้ว่าถ้าเราเรียนเรื่องนี้จะมีคนเข้าเว็บไซต์เราเยอะหรือไม่ หรือจะช่วยให้คนมีโอกาสอยากลิงก์มาเว็บเรามากขึ้นได้ค่ะ
เราค้นหาแบบละเอียดมากขึ้นได้ด้วยการใส่สูตรเหมือน Google เลยค่ะ อย่างในภาพตัวอย่างด้านล่าง เมลองเสิร์ชคนที่เขียนเรื่อง Core Web Vitals ที่เกี่ยวกับ SEO ด้วย จะเห็นว่าตั้งแต่กลางปี 2020 ก็มีคอนเทนต์แบบนี้เยอะขึ้นมาเรื่อยๆ เลยค่ะ
จะเห็นได้ว่าฟีเจอร์บน Ahrefs คือเยอะมากกกก วันนี้จะมาลองดูตัวอย่างฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน Ahrefs กันค่ะ
ตัวนี้จะบอกเราได้เลยว่าเว็บไซต์ที่เราใส่ลงไปมีติดอันดับคำไหนอยู่บ้าง จะเป็นเว็บของเราหรือคู่แข่งก็ได้ค่ะ โดยจะเรียงลำดับจากคำทีสร้างคนเข้าเว็บให้ได้เยอะที่สุดแล้วไล่ลงมา โดยบอกอันดับ, URL ที่ติด, จำนวนการค้นหาของคำนั้นๆ, ความยาก และที่สำคัญคือสามารถเลือกดูการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ เช่น อย่างในภาพ เมกดดูข้อมูลของเว็บ The Standard เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2021 โดยเลือกเทียบกับเดือนก่อน หรือ 30 ธันวาคม 2020 จะเห็นได้ว่าคีย์เวิร์ด The Standard เองมีคนเข้าน้อยลง ~400 ครั้ง แต่คำว่าหุ้นมีคนเข้าเยอะขึ้น 16K ครั้งเลยค่ะ
ตัวนี้ก็จะช่วยให้เราเข้าใจภาพของตลาดมากขึ้น ว่าคู่แข่งหรือผู้นำตลาดเค้ามีคนเข้าเว็บจากคำประมาณไหน ช่วยให้เรามีไอเดียในการสร้างคอนเทนท์มาแข่งได้มากขึ้นค่ะ ตัวนี้เป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดจาก Ahrefs เลย ใครอยากใช้ให้ไปที่ Site Explorer แล้วมองหาคำว่า Organic Keywords 2.0 ทางซ้ายมือนะคะ
ตัวนี้เป็นวิธีหาไอเดียง่ายๆ เลยค่ะ แค่เราใส่ลิงก์ของเว็บเรา กับคู่แข่งลงไป มันก็จะขึ้นมาเลยว่า มีคำไหนบ้างนะที่คู่แข่งติดอันดับ แล้วเรายังไม่ติด แถมยังบอกอีกด้วยว่าคำนั้นๆ คู่แข่งอยู่อันดับที่เท่าไหร่ จากภาพด้านล่างเมลองเทียบ The Standard กับ เว็บไทยรัฐค่ะ จะเห็นว่าไทยรัฐมีคนเข้าจากการตรวจหวยเยอะมาก แต่อาจจะไม่ตรงกับกลุ่ม The Standard เลยยังไม่มีคอนเทนท์เรื่องนี้ค่ะ ตัวนี้จะอยู่ใน Site Explorer > Content Gap
บางทีเรามีคำตั้งต้นแล้ว แต่นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร หรือว่ากำลังเขียนบทความแล้วกำลังอยากหา Secondary Keywords มาเติมให้คอนเทนต์ลึกและเต็มขึ้น เราก็เข้ามาดูได้ใน Keywords Explorer > Having the Same Search Term ได้เลยค่ะ
โดยเราจะได้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับคำนั้นๆ ว่ามีคำค้นหาไหนบ้างที่มีคำที่เราอยากได้ โดยมีแบ่งเป็นกลุ่มให้ด้วย จะเห็นว่าเมลองพิมพ์คำว่าสุนัขลงไป กลุ่มคำที่คนค้นหาเยอะที่สุดจะเป็นเรื่อง “พันธุ์” และ “อาหาร” ส่วนขวามือก็จะมีรายละเอียดของคำทั้งหมด รวมถึงปริมาณการค้นหา ความยาก และคำที่ใกล้เคียงกันแต่คนอาจจะเสิร์ชเยอะกว่า เช่น สุนัข จะอยู่ใต้หัวข้อ หมา เป็นต้นค่ะ
ฟีเจอร์ที่ยังไม่ได้พูดถึงคือมีอีกเยอะมากกกกกกเลยค่ะ ถ้าใครอยากรู้ฟีเจอร์อะไรคอมเมนท์ไว้ได้นะคะ ส่วนตัวราคา ณ ตอนนี้อยู่ที่ต่ำสุด 99 USD หรือประมาณสามพันนิดๆ ค่ะ เมใช้ตัวนี้อยู่ก็ไม่เคยมีปัญหา แต่ถ้าเว็บใหญ่ๆ อาจจะต้องปรับขึ้นมา เพราะมันจะมีจำกัดการค้นหา แล้วก็จำนวนผู้ใช้งานอยู่ค่ะ
เครื่องมือที่ใช้ทำ SEO มีเยอะมากๆ เลยค่ะ เช่น
ไว้วันหลังจะทยอยมาแนะนำเครื่องมือทีละตัว อยากรู้ตัวไหนเป็นพิเศษคอมเมนท์ไว้ได้นะคะ 🙂
โดยส่วนตัวแล้ว Ahrefs ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดในการทำ SEO เลยค่ะ เรียกได้ว่าครบเครื่อง ในราคาที่พอรับได้ ใช้ง่าย และมีอัปเดตเรื่อยๆ ทีม Support ก็ติดต่อได้ง่าย
นอกจากนี้ยังมี Facebook Group ไว้ให้ถามคำถามได้ตลอด ทั้งจากคนที่ใช้งาน และจากทีมงานเอง
ทีม Ahrefs ยังคอยมีการแชร์ความรู้สอนทำ SEO ทั้งทาง Blogs และ YouTube ค่ะ ซึ่งดีมากๆ สิ่งที่เมชอบคือข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย ไม่มีการใส่สายทำ แสปม หรือขายของเกินไป อ่านเพลิน มีประโยชน์ค่ะ
วันนี้ก็จบการรีวิว Ahrefs ไว้เท่านี้นะคะ ตอนนี้ก็รู้แล้วว่า Ahrefs คืออะไร ถ้าอยากเข้าใจ SEO ให้มากขึ้นและทำจริงจัง ลองดูคอร์สสอนของเม ที่มีวิดีโอสอนฟรีด้วย หรือมาติดตามกันต่อใน Facebook Page ได้นะคะ 🤍
เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือทำ SEO ที่ดี น่าเชื่อถือได้ และครบเครื่องอีกตัวนึงค่ะ แนะนำให้ใช้เลย 🙂
มีเครืองมือจาก Ahrefs ที่ใช้ฟรีได้อยู่นะคะ เช่น Backlink Checker หรือ Keyword Generator ดูวิธีใช้ด้านไหนได้เลยค่ะ
Ahrefs ไม่มีภาษาไทย แต่ถ้าใช้ภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยก็ไม่มีปัญหาค่ะ เข้ามาดูวิธีใช้ได้ หรือถ้าสงสัยคอมเมนต์ไว้ได้เลยค่ะ 🙂